กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษามหาวิทยาลัยธนบุรี

  • ยินดีต้อนรับสู่ระบบ e-Studentloan

    กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาโดยสนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และ ค่าครองชีพ แก่นักเรียน นักศึกษาที่มีความจำเป็นตั้งแต่ระดับมัธยมปลายสายสามัญและสายอาชีพ อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา

    Read More
  • ยินดีต้อนรับสู่ระบบ e-Studentloan

    กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาโดยสนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และ ค่าครองชีพ แก่นักเรียน นักศึกษาที่มีความจำเป็นตั้งแต่ระดับมัธยมปลายสายสามัญและสายอาชีพ อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา

    Read More
  • ยินดีต้อนรับสู่ระบบ e-Studentloan

    กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาโดยสนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และ ค่าครองชีพ แก่นักเรียน นักศึกษาที่มีความจำเป็นตั้งแต่ระดับมัธยมปลายสายสามัญและสายอาชีพ อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา

    Read More

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558




การส่งคืนเงินกู้ยืมของผู้กู้ยืมที่มิได้ใช้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ยืมเงิน
         ก่อนสิ้นภาคการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และ/หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาที่รับผิดชอบการดำเนินงานกองทุนมีหน้าที่ต้องส่งข้อมูลเกี่ยวกับยอดเงินค่าเล่าเรียน และ/หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาที่สถานศึกษาได้รับจริงจากผู้กู้ยืมเงินแต่ละรายซึ่งเป็นข้อมูลหลังจากเสร็จสิ้นการเพิ่ม-ถอนรายวิชาแล้วผ่านระบบ e-Audit ของกองทุนเพื่อตรวจสอบหากไม่สามารถปฏิบัติได้โดยไม่มีเหตุอันควร กองทุนจะพิจารณาระงับการโอนเงินให้แก่สถานศึกษาสำหรับภาคการศึกษาถัดไปก็ได้
          ผู้บริหารสถานศึกษา และ/หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาที่รับผิดชอบการดำเนินงานกองทุนต้องส่งคืนเงินกู้ยืมของผู้กู้ยืมเงินที่มิได้ใช้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ยืมให้แก่กองทุนก่อนสิ้นภาคการศึกษาแต่ละภาคของสถานศึกษานั้น หากมิได้ส่งคืนเงินภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว กองทุนมีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันผิดนัด”


ค่าธรรมเนียมของการส่งคืนเงินกู้ยืมของผู้กู้ยืมเงินที่มิได้ใช้ตามที่กำหนดในสัญญากู้ยืมเงิน

          สถานศึกษาไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เนื่องจากการคืนเงินกองทุนดังกล่าว ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมจะต้องนำยอดเงินของผู้กู้ยืมเงินแต่ละรายไปลดยอดหนี้รายบุคคล เปรียบเสมือนการชำระหนี้ก่อนกำหนด ดังนั้น ผู้กู้ยืมจึงต้องเป็นผู้รับภาระดังกล่าว โดยธนาคารจะหักจากยอดเงินของผู้กู้ยืมเงินที่ส่งคืนเงินกองทุนรายการละ 10 บาท
          กรณียอดเงินส่วนที่ส่งคืนกองทุนของผู้กู้ยืมเงินน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 บาท  จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม

การจ่ายเงินกู้ยืม
1.  ค่าครองชีพ

          กองทุนจะจ่ายเข้าบัญชีของผู้กู้ยืมเงินครั้งแรก ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่กองทุนส่งข้อมูลการยืนยันสัญญาฯ และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพของสถานศึกษาจากระบบ e-Studentloan ให้กับผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม และจะจ่ายเงินค่าครองชีพให้ผู้กู้ยืมเงินทุกเดือน ในวันที่เคยจ่ายเงินให้ผู้กู้ยืมครั้งแรก


2.  ค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา

          กองทุนจะจ่ายเข้าบัญชีของสถานศึกษาหลังจากผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมตรวจสอบสัญญา/แบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพว่าถูกต้องและครบถ้วนตรงกับข้อมูลที่ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม
ได้รับจากระบบ e-Studentloan โดยจะโอนทุกวันที่ 10 และ 20 ของเดือน
          กรณีสัญญา/แบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพไม่ถูกต้อง ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมจะแจ้งให้สถานศึกษาทราบโดยทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Auto mail) เพื่อให้สถานศึกษาแก้ไขให้ถูกต้อง เมื่อแก้ไขเสร็จสิ้นแล้วให้สถานศึกษาจัดทำใบนำส่งเอกสารเพิ่มเติมจากระบบ e-Studentloan แนบมาพร้อมกับเอกสารที่แก้ไขแล้วส่งให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมดำเนินการต่อไป
          ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมจะจัดส่งรายงานการโอนเงินค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาให้กับสถานศึกษาทาง Auto mail ตามจำนวนครั้งที่โอนเงิน หากไม่ได้รับ Auto mail ให้สถานศึกษาติดต่อกับผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม


กรณีผู้กู้ยืมเงิน/สถานศึกษาไม่ได้รับเงิน
ให้สถานศึกษาติดต่อกับผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม

ขั้นตอนการให้กู้ยืมเงินของนักศึกษา
ผู้กู้ยืมเงินรายเก่า ที่ไม่เปลี่ยนระดับการศึกษา และไม่เปลี่ยนสถานศึกษา



ผู้กู้ยืมเงินรายเก่า ที่เปลี่ยนระดับการศึกษา หรือปลี่ยนสถานศึกษา



ผู้กู้ยืมเงินรายใหม่


 

► คลิกดาวน์โหลด คู่มือการใช้ระบบงาน ระบบการให้กู้ยืมผ่านอินเตอร์เน็ต(e-Studentloan)  

การค้ำประกัน
ผู้ค้ำประกันต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ดังนี้

          1.  บิดา มารดา หรือผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือคู่สมรส หรือ
          2.  บุคคลที่ประกอบอาชีพมีรายได้น่าเชื่อถือตามที่คณะกรรมการพิจารณาให้กู้ยืมประจำสถานศึกษากำหนดให้เป็นผู้ค้ำประกันได้



แนวปฏิบัติเรื่องการค้ำประกัน


          1.  กรณีที่นักเรียน/นักศึกษา ไม่มีบิดา มารดา ให้ผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นผู้ให้การยินยอมในการทำนิติกรรมสัญญาและเป็นผู้ค้ำประกัน “ผู้ปกครอง” ได้แก่ ผู้ปกครองตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 กฎกระทรวง ระเบียบที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว รวมทั้งประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องผู้ปกครอง นักเรียน/นักศึกษา ซึ่งหมายถึง บุคคลซึ่งรับนักเรียน/นักศึกษาไว้ในความปกครอง หรืออุปการะเลี้ยงดู หรือบุคคลที่นักเรียน/นักศึกษาอาศัยอยู่
          2.  กรณีคู่สมรสของผู้ค้ำประกันไม่ยินยอมลงนามให้ความยินยอมค้ำประกัน ให้ผู้ค้ำประกันลงนามฝ่ายเดียวได้
          3.  กรณีคู่สมรสของผู้ค้ำประกันมอบอำนาจให้ผู้ค้ำประกันลงลายมือชื่อฝ่ายเดียวแทน ให้ผู้ค้ำประกันลงนามฝ่ายเดียวได้
          4.  ผู้ค้ำประกันไม่สามารถเพิกถอนการค้ำประกันได้ ในระหว่างเวลาที่ผู้กู้ยืมเงิน ต้องรับผิดชอบอยู่ตามเงื่อนไขในสัญญากู้ยืมเงิน
          5.  ในการทำสัญญากู้ยืมเงินแต่ละครั้ง ผู้กู้ยืมเงินอาจเปลี่ยนแปลงผู้ค้ำประกันใหม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ค้ำประกันคนเดิม



แนวปฏิบัติเรื่องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ค้ำประกัน


           1.  กรณีที่ผู้กู้ยืมได้บันทึกรายละเอียดผู้ค้ำประกัน(ขั้นตอนที่ 4 ในระบบ e-Studentloan) แต่ยังมิได้มีการทำสัญญาหากผู้กู้ยืมประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้ค้ำประกัน เพราะผู้ค้ำประกันคนเดิมไม่ได้ มีสัญชาติไทยก็ดี หรือเพราะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ดี กรณีนี้กองทุน เห็นว่า ควรอนุญาตให้ผู้กู้ยืมเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้ค้ำประกันในระบบ e-Studentloan ได้
          2.  กรณีที่ผู้กู้ยืมได้มีการทำสัญญาแล้วแต่อยู่ในขั้นตอนสถานศึกษาตรวจสัญญา (ขั้นตอนที่ 5 ในระบบ e-Studentloan) และผู้บริหารสถานศึกษายังมิได้ลงนามในฐานะผู้ให้กู้ยืม หากผู้กู้ยืมประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้ค้ำประกัน เพราะผู้ค้ำประกันคนเดิมไม่ได้มีสัญชาติไทยก็ดี หรือเพราะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ดี กรณีนี้กองทุน เห็นว่า ควรอนุญาตให้ผู้กู้ยืมเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้ค้ำประกัน โดยการทำสัญญาฉบับใหม่ หรือใช้วิธีขีดฆ่าชื่อผู้ค้ำประกันเดิม และระบุชื่อผู้ค้ำประกันคนใหม่แล้วลงนามกำกับ และให้ผู้ค้ำประกันคนใหม่ลงชื่อในฐานะผู้ค้ำประกันด้วย
          3.  กรณีที่ผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกัน และผู้ให้กู้ยืม(ผู้บริหารสถานศึกษา) ได้ลงนามในสัญญาค้ำประกันแล้ว หากผู้กู้ยืมประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงผู้ค้ำประกันเพราะผู้ค้ำประกันคนเดิมไม่ได้มีสัญชาติไทย เพราะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ดี กรณีนี้กองทุน ขอให้สถานศึกษาดำเนินการจัดทำบันทึกข้อตกลงแนบท้ายสัญญา เพื่อให้ผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกันคนใหม่ และผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะผู้ให้กู้ยืม ลงนามในบันทึกข้อตกลง แล้วส่งบันทึกข้อตกลงดังกล่าวให้ธนาคาร
          4.  กรณีที่ผู้กู้ยืมเงินได้รับโอนเงินค่าเล่าเรียนแล้วไม่สามารถขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลการค้ำประกันได้




การยกเลิกสัญญา และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียน
          ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินมีความต้องการยกเลิก แก้ไข/เปลี่ยนแปลงสัญญากู้ยืมเงิน และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียนที่ได้ทำการส่งข้อมูลให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) แล้ว ให้ผู้กู้ยืมติดต่อสถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาดำเนินการ ดังนี้

1.  ทำการยกเลิกสัญญากู้ยืมเงิน และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียน ในระบบ e-Studentloan ตามที่กองทุนกำหนด และพิมพ์แบบฟอร์มยกเลิกสัญญากู้ยืมเงิน และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียนพร้อมทั้งแบบฟอร์มคืนเงิน (ในกรณีที่มีการจ่ายเงินตามแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียนนั้นแล้ว)

2.  ส่งแบบฟอร์มยกเลิกสัญญากู้ยืมเงิน และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียนให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม
(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) ทันทีที่ทำเสร็จ

3.  นำแบบฟอร์มคืนเงินไปชำระเงินที่สาขาของผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) แล้วส่งเอกสาร (แบบฟอร์มและใบนำฝากหรือ PAY IN SLIP) มายังฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ บมจ.ธนาคารกรุงไทย หรือฝ่ายนโยบายรัฐธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

►  ดาวน์โหลด แนวปฏิบัติในการยกเลิกสัญญากู้ยืมเงิน
และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียน




การจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน
      -  การจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน สัญญาค้ำประกัน และหนังสือให้ความยินยอม
         
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
      -  แบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันจำนวนเงินค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่อง
         กับการศึกษา และค่าครองชีพ (สัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/
         แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและค่าครองชีพ) 


          1.  การทำสัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพให้ผู้ขอกู้ยืมและสถานศึกษาตรวจสอบความถูกต้อง หากมีการแก้ไขให้ผู้กู้ยืมเงินหรือสถานศึกษาดำเนินการผ่านระบบ e-Studentloan ก่อนการจัดพิมพ์


          2.  สัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ จะต้องจัดพิมพ์จากระบบ e-Studentloanของกองทุนอย่างละ 2 ฉบับ และต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเองเท่านั้น โดยลายมือชื่อผู้ให้กู้/ผู้มีอำนาจลงนามของสถานศึกษาต้องเหมือนกับตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจกระทำการแทนสถานศึกษาที่ส่งให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)

          3.  ให้สถานศึกษาตรวจสอบสัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ และเอกสารประกอบให้ถูกต้อง ครบถ้วน ทุกฉบับก่อนรวบรวมส่งให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม โดยปฏิบัติดังนี้
                    3.1  ตรวจดูชื่อ/นามสกุลผู้กู้ยืมเงิน ตรงกับลายมือชื่อจริง
                    3.2  ตรวจดูการลงรายละเอียดในสัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพให้ครบถ้วนถูกต้องทุกช่อง เช่น ชื่อผู้กู้ยืมเงิน ชื่อผู้ค้ำประกัน ฯลฯ
                    3.3  ตรวจเอกสารประกอบสัญญากู้ยืมเงินให้ครบถ้วน โดยให้ลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงิน แบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ เป็นแบบเดียวกับที่ลงลายมือชื่อในเอกสารประกอบต่างๆ
                    3.4  ตรวจสอบให้ผู้ให้กู้ยืม ผู้กู้ยืมเงิน ผู้ค้ำประกัน และคู่สมรสผู้ค้ำประกันลงนามในสัญญากู้ยืมเงินให้ครบทุกช่อง พร้อมทั้งลายมือชื่อของพยาน หากผู้กู้ยืมเงินอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมายลงลายมือชื่อในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมด้วย (ห้ามใช้ตรายางประทับแทนการลงลายมือชื่อ)
                    3.5  หากผู้ค้ำประกันไม่สามารถมาลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินต่อหน้าเจ้าหน้าที่ หรือผู้บริหารสถานศึกษา ให้ตรวจดูว่ามีลายมือชื่อเจ้าพนักงานทะเบียนท้องที่หรือท้องถิ่น ณ ภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านหรือภูมิลำเนาที่ประกอบอาชีพของผู้ค้ำประกันรับรองมาหรือไม่

          4.  เมื่อสถานศึกษาตรวจสอบสัญญา และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพถูกต้อง และครบถ้วนแล้วให้สถานศึกษาเข้าระบบ e-Studentloan เพื่อยืนยันความถูกต้องของสัญญา และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ ก่อนนำส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)

          5.  ให้สถานศึกษาจัดส่งสัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ และเอกสารประกอบที่ลงนามแล้ว ให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมแบบละ 1 ฉบับ และคืนคู่ฉบับทุกแบบให้ผู้กู้ยืมเก็บไว้อย่างละ 1 ฉบับ

          6.  ห้ามมิให้สถานศึกษาเก็บสัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ ของผู้กู้ยืมเงินไว้หากต้องการเก็บเป็นหลักฐานให้ถ่ายเอกสารไว้เป็นหลักฐานแทน




การเปิดบัญชีของผู้กู้ยืมเงิน
ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม
บมจ.ธนาคารกรุงไทย (KTB)
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (IBANK)
1.นักศึกษา เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ณ สาขาของธนาคารกรุงไทย โดยมีหลักฐาน ดังนี้
          -   หนังสือแจ้งผลการอนุมัติให้กู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของสถานศึกษา (ฉบับจริง)

          -   สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
1.นักศึกษา เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ณ สาขาของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โดยมีหลักฐาน ดังนี้
          -   หนังสือแจ้งผลการอนุมัติให้กู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของสถานศึกษา (ฉบับจริง)
          -     สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
2. ติดต่อทำใบคำขอเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ได้ทั้งแบบมีสมุดคู่ฝาก หรือแบบไม่มีสมุดคู่ฝาก โดยอนุโลมให้เปิดบัญชีเป็นศูนย์บาทได้ กรณีที่เปิดแบบไม่มีสมุดคู่ฝาก นักศึกษาจะได้รายละเอียดของบัญชีเป็นหลักฐานการเปิดบัญชี2. ติดต่อทำใบคำขอเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์แบบมีสมุดคู่ฝาก โดยอนุโลมให้เปิดบัญชีเป็นศูนย์บาท
3. กรณีที่ต้องการทำบัตร ATM ให้นักเรียน นักศึกษาแจ้งความประสงค์การขอมีบัตร ATM โดยจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีเฉพาะบัตร ATM ประเภทบัตรธรรมดาใบที่ 1 เท่านั้น และจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปีเมื่อครบปี โดยการหักเงินจากบัญชีโดยนักศึกษาจะต้องมียอดเงินคงเหลือในบัญชีไม่ต่ำกว่า 100 บาท3. กรณีที่ต้องการทำบัตร ATM ให้ นักศึกษาแจ้งความประสงค์การขอมีบัตร ATM โดยจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีเฉพาะบัตร ATM ใบที่ 1 เท่านั้น และจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปีเมื่อครบปี
4. กรณีที่เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์แบบไม่มีสมุดคู่ฝาก นักศึกษาจะต้องทำบัตร ATM และต้องสมัครใช้บริการ KTB Online ด้วย โดยจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมเช่นเดียวกับข้อ 3
-
5. กรณีที่นักศึกษาย้ายสถานศึกษาและขอเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ใหม่ ธนาคารกรุงไทยจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า และค่าธรรมเนียมรายปี เช่นเดียวกับลูกค้าทั่วไป
-
 




รายการเอกสาร/หลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณากู้ยืมเงิน
1.  แบบคำขอกู้ยืมเงินที่จัดพิมพ์ออกจากระบบ e-Studentloan และแบบคำขอกู้ยืมเงินที่เป็นเอกสาร(แบบ กยศ.101)

2.  เอกสารของผู้ยื่นคำขอกู้ยืมเงิน
          -  สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ
          -  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

3.  เอกสารของบิดา และมารดา หรือผู้ปกครอง หรือคู่สมรสของผู้ยื่นคำขอกู้ยืมเงิน
          -  สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ
          -  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

4.  เอกสารประกอบการรับรองรายได้ ดังนี้
          4.1  กรณีบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือคู่สมรสของผู้ขอกู้ยืมเงินมีรายได้ประจำ ให้ใช้หนังสือรับรองเงินเดือน/สลิปเงินเดือนของบุคคลนั้นแล้วแต่กรณี
          4.2  กรณีบิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้ยื่นคำขอกู้ยืมเงิน หรือคู่สมรสของผู้ขอกู้ยืมเงินไม่มีรายได้ประจำให้ใช้หนังสือรับรองรายได้ครอบครัวของผู้ขอกู้ยืมเงิน 
(แบบ กยศ.102) และสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้รับรองรายได้

5.  หนังสือแสดงความคิดเห็นของอาจารย์แนะแนวหรืออาจารย์ที่ปรึกษา 
(แบบ กยศ.103)

6.  แผนผังแสดงที่ตั้งของที่อยู่อาศัย พร้อมรูปถ่ายที่อยู่อาศัยของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง

7.  ใบแสดงผลการศึกษา/สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษาที่ผ่านมา

8.  เอกสารอื่นๆ ซึ่งสถานศึกษาพิจารณาเพิ่มเติม

* หมายเหตุ  : สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อ โดยเจ้าของเอกสาร เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบิดา บิดาต้องเป็นผู้รับรองสำเนาถูกต้อง เป็นต้น




คุณสมบัติของผู้รับรองรายได้
          ในการรับรองรายได้ของผู้กู้ยืม ให้ผู้ขอกู้ยืมจัดหาบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เป็นผู้รับรอง

         1.  เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญ ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัว
              เจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.2542 (ดาวน์โหลด พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่
              ของรัฐ พ.ศ.2542)


2.  สมาชิกสภาเขต สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

3.  หัวหน้าสถานศึกษาที่ผู้ขอกู้ยืมศึกษาอยู่




คุณสมบัติของผู้กู้ยืมเงิน
1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ดังนี้
          ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ หมายความว่า ผู้ที่มีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี รายได้ต่อครอบครัว พิจารณาตามหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
          (1) รายได้รวมของนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของบิดามารดา ในกรณีที่บิดา มารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง
          (2) รายได้รวมของนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของผู้ปกครอง ในกรณีที่ผู้ใช้อำนาจปกครองมิใช่บิดา มารดา
          (3) รายได้รวมของนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของคู่สมรสในกรณีที่ผู้ขอกู้ยืมได้ทำการสมรสแล้ว
        
3. มีคุณสมบัติอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด ดังนี้
          3.1 เป็นผู้ที่มีผลการเรียนดีหรือผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลของสถาบันการศึกษา
          3.2 เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี ไม่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษาขั้นร้ายแรง หรือไม่เป็นผู้ที่มีความประพฤติเสื่อมเสีย เช่น หมกมุ่นในการพนัน เสพยาเสพติดให้โทษ ดื่มสุราเป็นอาจิณหรือเที่ยวเตร่ในสถานบันเทิงเริงรมย์เป็นอาจิณ เป็นต้น
          3.3 เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบหรือประกาศการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาที่อยู่ในสังกัดการควบคุม หรือกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง หรือส่วนราชการอื่นๆ ทบวงมหาวิทยาลัย รัฐวิสาหกิจ
          3.4 ไม่เคยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาใดๆ มาก่อน
          3.5 ไม่เป็นผู้ที่ทำงานประจำในระหว่างศึกษา
          3.6 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
          3.7 ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
          3.8 ต้องมีอายุในขณะที่ขอกู้ โดยเมื่อนับรวมกับระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี และระยะเวลาผ่อนชำระอีก 15 ปี รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 60 ปี

          กรณีที่ผู้ขอกู้ยืมรายใดเคยกู้ยืมเงินกองทุน กยศ.หรือกองทุน กรอ. มาแล้ว แต่ผิดนัดชำระหนี้ และได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความก่อนฟ้องคดี และ/หรือเคยถูกฟ้องร้องดำเนินคดีมาแล้ว ผู้ขอกู้ยืมรายนั้นสามารถกู้ยืมเงินกองทุนต่อไป หากได้ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ หรือชำระหนี้ตามคำพิพากษาจนเสร็จสิ้นแล้ว

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

การชำระหนี้
เชิญร่วมโครงการรณรงค์ชำระหนี้ กองทุน กยศ. พร้อมรับส่วนลดเงินต้น และเบี้ยปรับ/ค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระหนี้ ได้ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2557 - 30 เมษายน 2558





กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
การเข้าร่วมโครงการรณรงค์ชำระหนี้ กองทุน กยศ.
ระหว่างวันที่ 13 ธันวาคม 2557 – 30 เมษายน 2558
 
****************************

 
1. ตรวจสอบสิทธิการเข้าร่วมโครงการ โดยผู้กู้ยืมที่มีสิทธิจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(1) เป็นผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้แล้ว
(2) เป็นผู้กู้ยืมที่ไม่เคยทำสัญญาประนีประนอมยอมความในโครงการไกล่เกลี่ยหรือถูกดำเนินคดี เว้นแต่เป็นคดีที่ถอนฟ้อง
 
2. ตรวจสอบสิทธิตามข้อ 1 และยอดหนี้เบื้องต้นจาก
(1) http://www.studentloan.or.th หรือ
3. ผู้กู้ยืมสามารถชำระเงินคืนได้ที่เคาน์เตอร์รับชำระเงินของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยแล้วแต่กรณี และในวันที่ชำระคืนให้ผู้กู้ยืมตรวจสอบยอดหนี้ที่จะต้องชำระคืนอีกครั้งหนึ่ง โดยมีเงื่อนไขการชำระคืน ดังนี้
(1) กรณีไม่ค้างชำระหนี้
- มาปิดบัญชีจะได้รับการลดหย่อนหนี้ 3% ของเงินต้นที่มาปิดบัญชี (กองทุนจะคืนส่วนลดเงินต้นให้ภายใน 30 วัน เมื่อตรวจสอบการปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว)
(2) กรณีค้างชำระหนี้
- มาชำระเงินงวดที่ค้างทั้งหมด จะได้รับการลดเบี้ยปรับ/ค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระหนี้ 50% ในวันที่ชำระเงิน
- มาปิดบัญชี จะได้รับการลดเบี้ยปรับ/ค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระหนี้ 100% ในวันที่มาปิดบัญชี
 
          เงื่อนไขดังกล่าว ผู้กู้ยืมสามารถเลือกใช้สิทธิได้เพียงแบบเดียวและต้องชำระทั้งจำนวน โดยกองทุนขอสงวนสิทธิในการคืนส่วนลดเงินต้นและเบี้ยปรับ/ค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระหนี้ หากตรวจสอบแล้วพบว่าการชำระหนี้ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น
 
4. กรณีที่ผู้กู้ยืมมียอดหนี้ทั้งสองธนาคาร ผู้กู้ยืมต้องชำระเงินคืนทั้งสองธนาคาร และกองทุนขอสงวนสิทธิในการคืนส่วนลดเงินต้น และเบี้ยปรับ/ค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระหนี้ หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีการชำระหนี้ทั้งสองธนาคาร
 
5. กรณีผู้กู้ยืมมีการเปลี่ยนแปลง ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ เลขที่บัญชีเงินฝากของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลตามแบบฟอร์ม กยศ.108 โดยส่งแบบฟอร์ม กยศ.108 ได้ที่สาขาของ
- บมจ.ธนาคารกรุงไทย หรือแฟ็กซ์ 0 2256 8198
- ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือแฟ็กซ์ 0 2204 5016
 
6. การคืนส่วนลดเงินต้นผู้กู้ยืมจะต้องแสดงความประสงค์ โดยแจ้งรายละเอียดตามแบบฟอร์มแจ้งความประสงค์ขอรับเงินคืน(โครงการรณรงค์ชำระหนี้) โดยส่งแบบฟอร์มมายังกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาทาง จดหมาย หรือ แฟ็กซ์ หมายเลข 02 643 2213 ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2558  หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว กองทุนฯ ถือว่าผู้กู้ยืมสละสิทธิ และไม่ประสงค์จะรับส่วนลดเงินต้นดังกล่าวจากกองทุนฯ
 
7. หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่
(1) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ 0 2610 4888 หรือ
(2) บมจ.ธนาคารกรุงไทย หมายเลขโทรศัพท์ 0 2111 1111 หรือ
(3) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หมายเลขโทรศัพท์ 1302, 0 2650 6999 ต่อ 5154 หรือ 5155

กยศ. จับมือ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เปิดโอกาสผู้กู้ยืมต่อยอดความฝันมีธุรกิจเป็นของตนเอง ในโครงการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ด้วยงานวิจัยวิทยาศาสตร์

ปีการศึกษา 2558 กองทุนจะปรับเปลี่ยนการจ่ายเงินกู้ยืมค่าครองชีพ


          ในปีการศึกษา 2558 ผู้กู้ยืมจะได้รับเงินค่าครองชีพ ภายหลังจากที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ตรวจสอบสัญญากู้ยืม/แบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและค่าครองชีพ ว่าถูกต้องครบถ้วน ตรงกับข้อมูลในระบบ
e-Studentloan แล้ว ดังนั้น ขอให้สถานศึกษา และผู้กู้ยืม ตรวจสอบสัญญากู้ยืมและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วน ก่อนที่จะส่งให้กับธนาคาร

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2558

ผู้กู้ยืมปีแรกในปีการศึกษา 2551/2552


ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการกู้ยืมเงินกองทุน กรอ. ปีการศึกษา 2557 เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมปีการศึกษา 2552
•  ประกาศกำหนดการให้กู้ยืมเงินกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาค(กรอ.) ประจำปีการศึกษา2557 (เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมปีการศึกษา 2552 


•  แนวปฏิบัติของสถานศึกษาในการส่งเอกสารสัญญากู้ยืมเงิน กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต(กรอ.) ประจำปีการศึกษา 2557 เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมปีการศึกษา 2552  
•  แบบคำขอกู้ยืม กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต(กรอ.)  
•  สัญญากู้ยืมเงินกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต(กรอ.) ปีการศึกษา 2556 (เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมปีการศึกษาะ 2552  

•  ทะเบียนคุมการส่งสัญญากู้ยืม กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต(กรอ.)(กยศ.106)   

  ใบนำส่งเอกสาร กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต(กรอ.)(กยศ.107)

 ผู้กู้ยืมปีแรกในปีการศึกษา 2556/2557
ปีการศึกษา 2557


  กำหนดการให้กู้ยืม

ปีการศึกษา 2557



กำหนดการให้กู้ยืม ปีการศึกษา 2558 (กยศ.)
ประกาศกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เรื่อง กำหนดการให้กู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2558



 









ขอบเขตการให้กู้ยืมเงิน ปีการศึกษา 2558
   
►   ประกาศคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เรื่อง กำหนดขอบเขตการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาประจำปีการศึกษา 2558






คุณสมบัติของผู้กู้ยืมเงิน
1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ดังนี้
          ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ หมายความว่า ผู้ที่มีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี รายได้ต่อครอบครัว พิจารณาตามหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
          (1) รายได้รวมของนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของบิดามารดา ในกรณีที่บิดา มารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง
          (2) รายได้รวมของนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของผู้ปกครอง ในกรณีที่ผู้ใช้อำนาจปกครองมิใช่บิดา มารดา
          (3) รายได้รวมของนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของคู่สมรสในกรณีที่ผู้ขอกู้ยืมได้ทำการสมรสแล้ว
        
3. มีคุณสมบัติอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด ดังนี้
          3.1 เป็นผู้ที่มีผลการเรียนดีหรือผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลของสถาบันการศึกษา
          3.2 เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี ไม่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษาขั้นร้ายแรง หรือไม่เป็นผู้ที่มีความประพฤติเสื่อมเสีย เช่น หมกมุ่นในการพนัน เสพยาเสพติดให้โทษ ดื่มสุราเป็นอาจิณหรือเที่ยวเตร่ในสถานบันเทิงเริงรมย์เป็นอาจิณ เป็นต้น
          3.3 เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบหรือประกาศการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาที่อยู่ในสังกัดการควบคุม หรือกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง หรือส่วนราชการอื่นๆ ทบวงมหาวิทยาลัย รัฐวิสาหกิจ
          3.4 ไม่เคยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาใดๆ มาก่อน
          3.5 ไม่เป็นผู้ที่ทำงานประจำในระหว่างศึกษา
          3.6 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
          3.7 ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
          3.8 ต้องมีอายุในขณะที่ขอกู้ โดยเมื่อนับรวมกับระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี และระยะเวลาผ่อนชำระอีก 15 ปี รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 60 ปี

         กรณีที่ผู้ขอกู้ยืมรายใดเคยกู้ยืมเงินกองทุน กยศ.หรือกองทุน กรอ. มาแล้ว แต่ผิดนัดชำระหนี้ และได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความก่อนฟ้องคดี และ/หรือเคยถูกฟ้องร้องดำเนินคดีมาแล้ว ผู้ขอกู้ยืมรายนั้นสามารถกู้ยืมเงินกองทุนต่อไป หากได้ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ หรือชำระหนี้ตามคำพิพากษาจนเสร็จสิ้นแล้ว

คุณสมบัติของผู้รับรองรายได้
          ในการรับรองรายได้ของผู้กู้ยืม ให้ผู้ขอกู้ยืมจัดหาบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เป็นผู้รับรอง

         1.  เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญ ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัว
              เจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.2542 (ดาวน์โหลด พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่
              ของรัฐ พ.ศ.2542)


2.  สมาชิกสภาเขต สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

3.  หัวหน้าสถานศึกษาที่ผู้ขอกู้ยืมศึกษาอยู่

เอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณากู้ยืมเงิน
การจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน
      -  การจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน สัญญาค้ำประกัน และหนังสือให้ความยินยอม
         
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
      -  แบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันจำนวนเงินค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่อง
         กับการศึกษา และค่าครองชีพ (สัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/
         แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและค่าครองชีพ) 


          1.  การทำสัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพให้ผู้ขอกู้ยืมและสถานศึกษาตรวจสอบความถูกต้อง หากมีการแก้ไขให้ผู้กู้ยืมเงินหรือสถานศึกษาดำเนินการผ่านระบบ e-Studentloan ก่อนการจัดพิมพ์


          2.  สัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ จะต้องจัดพิมพ์จากระบบ e-Studentloanของกองทุนอย่างละ 2 ฉบับ และต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเองเท่านั้น โดยลายมือชื่อผู้ให้กู้/ผู้มีอำนาจลงนามของสถานศึกษาต้องเหมือนกับตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจกระทำการแทนสถานศึกษาที่ส่งให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)

          3.  ให้สถานศึกษาตรวจสอบสัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ และเอกสารประกอบให้ถูกต้อง ครบถ้วน ทุกฉบับก่อนรวบรวมส่งให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม โดยปฏิบัติดังนี้
                    3.1  ตรวจดูชื่อ/นามสกุลผู้กู้ยืมเงิน ตรงกับลายมือชื่อจริง
                    3.2  ตรวจดูการลงรายละเอียดในสัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพให้ครบถ้วนถูกต้องทุกช่อง เช่น ชื่อผู้กู้ยืมเงิน ชื่อผู้ค้ำประกัน ฯลฯ
                    3.3  ตรวจเอกสารประกอบสัญญากู้ยืมเงินให้ครบถ้วน โดยให้ลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงิน แบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ เป็นแบบเดียวกับที่ลงลายมือชื่อในเอกสารประกอบต่างๆ
                    3.4  ตรวจสอบให้ผู้ให้กู้ยืม ผู้กู้ยืมเงิน ผู้ค้ำประกัน และคู่สมรสผู้ค้ำประกันลงนามในสัญญากู้ยืมเงินให้ครบทุกช่อง พร้อมทั้งลายมือชื่อของพยาน หากผู้กู้ยืมเงินอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมายลงลายมือชื่อในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมด้วย (ห้ามใช้ตรายางประทับแทนการลงลายมือชื่อ)
                    3.5  หากผู้ค้ำประกันไม่สามารถมาลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินต่อหน้าเจ้าหน้าที่ หรือผู้บริหารสถานศึกษา ให้ตรวจดูว่ามีลายมือชื่อเจ้าพนักงานทะเบียนท้องที่หรือท้องถิ่น ณ ภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านหรือภูมิลำเนาที่ประกอบอาชีพของผู้ค้ำประกันรับรองมาหรือไม่

          4.  เมื่อสถานศึกษาตรวจสอบสัญญา และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพถูกต้อง และครบถ้วนแล้วให้สถานศึกษาเข้าระบบ e-Studentloan เพื่อยืนยันความถูกต้องของสัญญา และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ ก่อนนำส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)

          5.  ให้สถานศึกษาจัดส่งสัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ และเอกสารประกอบที่ลงนามแล้ว ให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมแบบละ 1 ฉบับ และคืนคู่ฉบับทุกแบบให้ผู้กู้ยืมเก็บไว้อย่างละ 1 ฉบับ

          6.  ห้ามมิให้สถานศึกษาเก็บสัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ ของผู้กู้ยืมเงินไว้หากต้องการเก็บเป็นหลักฐานให้ถ่ายเอกสารไว้เป็นหลักฐานแทน

การยกเลิกสัญญา และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียน
          ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินมีความต้องการยกเลิก แก้ไข/เปลี่ยนแปลงสัญญากู้ยืมเงิน และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียนที่ได้ทำการส่งข้อมูลให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) แล้ว ให้ผู้กู้ยืมติดต่อสถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาดำเนินการ ดังนี้

1.  ทำการยกเลิกสัญญากู้ยืมเงิน และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียน ในระบบ e-Studentloan ตามที่กองทุนกำหนด และพิมพ์แบบฟอร์มยกเลิกสัญญากู้ยืมเงิน และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียนพร้อมทั้งแบบฟอร์มคืนเงิน (ในกรณีที่มีการจ่ายเงินตามแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียนนั้นแล้ว)

2.  ส่งแบบฟอร์มยกเลิกสัญญากู้ยืมเงิน และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียนให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม
(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) ทันทีที่ทำเสร็จ

3.  นำแบบฟอร์มคืนเงินไปชำระเงินที่สาขาของผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) แล้วส่งเอกสาร (แบบฟอร์มและใบนำฝากหรือ PAY IN SLIP) มายังฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ บมจ.ธนาคารกรุงไทย หรือฝ่ายนโยบายรัฐธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย


การค้ำประกัน
ผู้ค้ำประกันต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ดังนี้

          1.  บิดา มารดา หรือผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือคู่สมรส หรือ
          2.  บุคคลที่ประกอบอาชีพมีรายได้น่าเชื่อถือตามที่คณะกรรมการพิจารณาให้กู้ยืมประจำสถานศึกษากำหนดให้เป็นผู้ค้ำประกันได้



แนวปฏิบัติเรื่องการค้ำประกัน


          1.  กรณีที่นักเรียน/นักศึกษา ไม่มีบิดา มารดา ให้ผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นผู้ให้การยินยอมในการทำนิติกรรมสัญญาและเป็นผู้ค้ำประกัน “ผู้ปกครอง” ได้แก่ ผู้ปกครองตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 กฎกระทรวง ระเบียบที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว รวมทั้งประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องผู้ปกครอง นักเรียน/นักศึกษา ซึ่งหมายถึง บุคคลซึ่งรับนักเรียน/นักศึกษาไว้ในความปกครอง หรืออุปการะเลี้ยงดู หรือบุคคลที่นักเรียน/นักศึกษาอาศัยอยู่
          2.  กรณีคู่สมรสของผู้ค้ำประกันไม่ยินยอมลงนามให้ความยินยอมค้ำประกัน ให้ผู้ค้ำประกันลงนามฝ่ายเดียวได้
          3.  กรณีคู่สมรสของผู้ค้ำประกันมอบอำนาจให้ผู้ค้ำประกันลงลายมือชื่อฝ่ายเดียวแทน ให้ผู้ค้ำประกันลงนามฝ่ายเดียวได้
          4.  ผู้ค้ำประกันไม่สามารถเพิกถอนการค้ำประกันได้ ในระหว่างเวลาที่ผู้กู้ยืมเงิน ต้องรับผิดชอบอยู่ตามเงื่อนไขในสัญญากู้ยืมเงิน
          5.  ในการทำสัญญากู้ยืมเงินแต่ละครั้ง ผู้กู้ยืมเงินอาจเปลี่ยนแปลงผู้ค้ำประกันใหม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ค้ำประกันคนเดิม
การส่งคืนเงินกู้ยืมของผู้กู้ยืมที่มิได้ใช้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ยืมเงิน
         ก่อนสิ้นภาคการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และ/หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาที่รับผิดชอบการดำเนินงานกองทุนมีหน้าที่ต้องส่งข้อมูลเกี่ยวกับยอดเงินค่าเล่าเรียน และ/หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาที่สถานศึกษาได้รับจริงจากผู้กู้ยืมเงินแต่ละรายซึ่งเป็นข้อมูลหลังจากเสร็จสิ้นการเพิ่ม-ถอนรายวิชาแล้วผ่านระบบ e-Audit ของกองทุนเพื่อตรวจสอบหากไม่สามารถปฏิบัติได้โดยไม่มีเหตุอันควร กองทุนจะพิจารณาระงับการโอนเงินให้แก่สถานศึกษาสำหรับภาคการศึกษาถัดไปก็ได้
          ผู้บริหารสถานศึกษา และ/หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาที่รับผิดชอบการดำเนินงานกองทุนต้องส่งคืนเงินกู้ยืมของผู้กู้ยืมเงินที่มิได้ใช้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ยืมให้แก่กองทุนก่อนสิ้นภาคการศึกษาแต่ละภาคของสถานศึกษานั้น หากมิได้ส่งคืนเงินภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว กองทุนมีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันผิดนัด”


ค่าธรรมเนียมของการส่งคืนเงินกู้ยืมของผู้กู้ยืมเงินที่มิได้ใช้ตามที่กำหนดในสัญญากู้ยืมเงิน


          สถานศึกษาไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เนื่องจากการคืนเงินกองทุนดังกล่าว ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมจะต้องนำยอดเงินของผู้กู้ยืมเงินแต่ละรายไปลดยอดหนี้รายบุคคล เปรียบเสมือนการชำระหนี้ก่อนกำหนด ดังนั้น ผู้กู้ยืมจึงต้องเป็นผู้รับภาระดังกล่าว โดยธนาคารจะหักจากยอดเงินของผู้กู้ยืมเงินที่ส่งคืนเงินกองทุนรายการละ 10 บาท
          กรณียอดเงินส่วนที่ส่งคืนกองทุนของผู้กู้ยืมเงินน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 บาท  จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม


แนวปฏิบัติเรื่องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ค้ำประกัน


           1.  กรณีที่ผู้กู้ยืมได้บันทึกรายละเอียดผู้ค้ำประกัน(ขั้นตอนที่ 4 ในระบบ e-Studentloan) แต่ยังมิได้มีการทำสัญญาหากผู้กู้ยืมประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้ค้ำประกัน เพราะผู้ค้ำประกันคนเดิมไม่ได้ มีสัญชาติไทยก็ดี หรือเพราะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ดี กรณีนี้กองทุน เห็นว่า ควรอนุญาตให้ผู้กู้ยืมเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้ค้ำประกันในระบบ e-Studentloan ได้
          2.  กรณีที่ผู้กู้ยืมได้มีการทำสัญญาแล้วแต่อยู่ในขั้นตอนสถานศึกษาตรวจสัญญา (ขั้นตอนที่ 5 ในระบบ e-Studentloan) และผู้บริหารสถานศึกษายังมิได้ลงนามในฐานะผู้ให้กู้ยืม หากผู้กู้ยืมประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้ค้ำประกัน เพราะผู้ค้ำประกันคนเดิมไม่ได้มีสัญชาติไทยก็ดี หรือเพราะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ดี กรณีนี้กองทุน เห็นว่า ควรอนุญาตให้ผู้กู้ยืมเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้ค้ำประกัน โดยการทำสัญญาฉบับใหม่ หรือใช้วิธีขีดฆ่าชื่อผู้ค้ำประกันเดิม และระบุชื่อผู้ค้ำประกันคนใหม่แล้วลงนามกำกับ และให้ผู้ค้ำประกันคนใหม่ลงชื่อในฐานะผู้ค้ำประกันด้วย
          3.  กรณีที่ผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกัน และผู้ให้กู้ยืม(ผู้บริหารสถานศึกษา) ได้ลงนามในสัญญาค้ำประกันแล้ว หากผู้กู้ยืมประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงผู้ค้ำประกันเพราะผู้ค้ำประกันคนเดิมไม่ได้มีสัญชาติไทย เพราะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ดี กรณีนี้กองทุน ขอให้สถานศึกษาดำเนินการจัดทำบันทึกข้อตกลงแนบท้ายสัญญา เพื่อให้ผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกันคนใหม่ และผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะผู้ให้กู้ยืม ลงนามในบันทึกข้อตกลง แล้วส่งบันทึกข้อตกลงดังกล่าวให้ธนาคาร
          4.  กรณีที่ผู้กู้ยืมเงินได้รับโอนเงินค่าเล่าเรียนแล้วไม่สามารถขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลการค้ำประกันได้


การจ่ายเงินกู้ยืม
1.  ค่าครองชีพ

          กองทุนจะจ่ายเข้าบัญชีของผู้กู้ยืมเงินครั้งแรก ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่กองทุนส่งข้อมูลการยืนยันสัญญาฯ และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพของสถานศึกษาจากระบบ e-Studentloan ให้กับผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม และจะจ่ายเงินค่าครองชีพให้ผู้กู้ยืมเงินทุกเดือน ในวันที่เคยจ่ายเงินให้ผู้กู้ยืมครั้งแรก


2.  ค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา

          กองทุนจะจ่ายเข้าบัญชีของสถานศึกษาหลังจากผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมตรวจสอบสัญญา/แบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพว่าถูกต้องและครบถ้วนตรงกับข้อมูลที่ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม
ได้รับจากระบบ e-Studentloan โดยจะโอนทุกวันที่ 10 และ 20 ของเดือน
          กรณีสัญญา/แบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพไม่ถูกต้อง ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมจะแจ้งให้สถานศึกษาทราบโดยทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Auto mail) เพื่อให้สถานศึกษาแก้ไขให้ถูกต้อง เมื่อแก้ไขเสร็จสิ้นแล้วให้สถานศึกษาจัดทำใบนำส่งเอกสารเพิ่มเติมจากระบบ e-Studentloan แนบมาพร้อมกับเอกสารที่แก้ไขแล้วส่งให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมดำเนินการต่อไป
          ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมจะจัดส่งรายงานการโอนเงินค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาให้กับสถานศึกษาทาง Auto mail ตามจำนวนครั้งที่โอนเงิน หากไม่ได้รับ Auto mail ให้สถานศึกษาติดต่อกับผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม


รายการเอกสาร/หลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณากู้ยืมเงิน

1.  แบบคำขอกู้ยืมเงินที่จัดพิมพ์ออกจากระบบ e-Studentloan และแบบคำขอกู้ยืมเงินที่เป็นเอกสาร(แบบ กยศ.101)

2.  เอกสารของผู้ยื่นคำขอกู้ยืมเงิน

          -  สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ
          -  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน



3.  เอกสารของบิดา และมารดา หรือผู้ปกครอง หรือคู่สมรสของผู้ยื่นคำขอกู้ยืมเงิน
          -  สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ
          -  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน


4.  เอกสารประกอบการรับรองรายได้ ดังนี้

          4.1  กรณีบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือคู่สมรสของผู้ขอกู้ยืมเงินมีรายได้ประจำ ให้ใช้หนังสือรับรองเงินเดือน/สลิปเงินเดือนของบุคคลนั้นแล้วแต่กรณี
          4.2  กรณีบิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้ยื่นคำขอกู้ยืมเงิน หรือคู่สมรสของผู้ขอกู้ยืมเงินไม่มีรายได้ประจำให้ใช้หนังสือรับรองรายได้ครอบครัวของผู้ขอกู้ยืมเงิน (แบบ กยศ.102) และสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้รับรองรายได้



5.  หนังสือแสดงความคิดเห็นของอาจารย์แนะแนวหรืออาจารย์ที่ปรึกษา (แบบ กยศ.103)

6.  แผนผังแสดงที่ตั้งของที่อยู่อาศัย พร้อมรูปถ่ายที่อยู่อาศัยของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง

7.  ใบแสดงผลการศึกษา/สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษาที่ผ่านมา


8.  เอกสารอื่นๆ ซึ่งสถานศึกษาพิจารณาเพิ่มเติม


* หมายเหตุ  : สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อ โดยเจ้าของเอกสาร เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบิดา บิดาต้องเป็นผู้รับรองสำเนาถูกต้อง เป็นต้น

การแจ้งสถานภาพและการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้กู้ยืมเงิน
หน้าที่ของผู้กู้ยืมเงิน

หน้าที่ของผู้กู้ยืมเงิน มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
          1.  ต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมตรงกับความเป็นจริง
          2.  ต้องดำเนินการเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินผ่านระบบ e-Studentloan ด้วยตนเอง และต้องเก็บรักษารหัสผ่านที่ได้รับจากกองทุนไว้เป็นความลับ หากผู้กู้ยืมเงินยินยอมให้บุคคลอื่นดำเนินการเกี่ยวกับ
การกู้ยืมเงินผ่านระบบ e-Studentloan แทนให้ถือว่าผู้กู้ยืมเงินเป็นผู้ดำเนินการด้วยตนเอง

          3.  ต้องแจ้งการเปลี่ยนชื่อ ย้ายที่อยู่ หรือย้ายสถานศึกษา และจบการศึกษาหรือพ้นสภาพการเป็นนักเรียน/นักศึกษาภายใน 15 วันนับแต่วันเปลี่ยนชื่อ ย้ายที่อยู่ ย้ายสถานศึกษา จบการศึกษาหรือพ้นสภาพการเป็นนักเรียน/นักศึกษาต่อผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) (ตามแบบ กยศ.108)
          4.  ต้องแสดงตนต่ออาจารย์ที่ปรึกษาอย่างน้อยภาคละหนึ่งครั้ง
          5.  ต้องแจ้งสถานภาพการเป็นนักเรียน/นักศึกษาไปที่ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) หากยังมีสถานภาพเป็นนักเรียน/นักศึกษาอยู่แต่ไม่ได้กู้ยืมเงินกองทุน (ตามแบบ กยศ.204)
          6.  ต้องแจ้งที่อยู่และสถานที่ทำงาน พร้อมจำนวนเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ได้รับให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) ทราบภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มทำงาน

          ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินย้ายที่อยู่ หรือเปลี่ยนงาน หรือสถานที่ทำงาน หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเงินเดือนหรือค่าจ้าง ผู้กู้ยืมต้องแจ้งให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมทราบภายใน 30 วัน



หน้าที่ของสถานศึกษา

          1.  สถานศึกษามีหน้าที่รายงานผลการศึกษาของผู้กู้ยืมเงินที่กำลังศึกษาอยู่ให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)ทราบ (ตามแบบ กยศ.110)ทุกสิ้นปีการศึกษา (มาตรา 51)
          2.  ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินพ้นสภาพการเป็นนักเรียน/นักศึกษาไปแล้วไม่ว่าด้วยเหตุใด สถานศึกษาต้องแจ้งให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) ทราบ (ตามแบบ กยศ. 109) ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่พ้นสภาพ (มาตรา 51)


หน้าที่ของผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) 

          กรณีผู้กู้ยืมเงินถึงแก่ความตาย ให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) ระงับการโอนเงิน และส่งรายงานพร้อมหลักฐานการถึงแก่ความตายให้กองทุนทราบ


ขั้นตอนการให้กู้ยืมเงินของนักเรียน/นักศึกษา
ผู้กู้ยืมเงินรายเก่า ที่ไม่เปลี่ยนระดับการศึกษา และไม่เปลี่ยนสถานศึกษา



ผู้กู้ยืมเงินรายเก่า ที่เปลี่ยนระดับการศึกษา หรือปลี่ยนสถานศึกษา



ผู้กู้ยืมเงินรายใหม่



การเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร
การเปิดบัญชีของผู้กู้ยืมเงิน
การเปิดบัญชีของผู้กู้ยืมเงิน
ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม
บมจ.ธนาคารกรุงไทย (KTB)
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (IBANK)
1. นักเรียน นักศึกษา เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ณ สาขาของธนาคารกรุงไทย โดยมีหลักฐาน ดังนี้
          -   หนังสือแจ้งผลการอนุมัติให้กู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของสถานศึกษา (ฉบับจริง)

          -   สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
1. นักเรียน นักศึกษา เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ณ สาขาของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โดยมีหลักฐาน ดังนี้
          -   หนังสือแจ้งผลการอนุมัติให้กู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของสถานศึกษา (ฉบับจริง)
          -     สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
2. ติดต่อทำใบคำขอเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ได้ทั้งแบบมีสมุดคู่ฝาก หรือแบบไม่มีสมุดคู่ฝาก โดยอนุโลมให้เปิดบัญชีเป็นศูนย์บาทได้ กรณีที่เปิดแบบไม่มีสมุดคู่ฝาก นักเรียน นักศึกษาจะได้รายละเอียดของบัญชีเป็นหลักฐานการเปิดบัญชี2. ติดต่อทำใบคำขอเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์แบบมีสมุดคู่ฝาก โดยอนุโลมให้เปิดบัญชีเป็นศูนย์บาท
3. กรณีที่ต้องการทำบัตร ATM ให้นักเรียน นักศึกษาแจ้งความประสงค์การขอมีบัตร ATM โดยจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีเฉพาะบัตร ATM ประเภทบัตรธรรมดาใบที่ 1 เท่านั้น และจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปีเมื่อครบปี โดยการหักเงินจากบัญชีโดยนักเรียน นักศึกษาจะต้องมียอดเงินคงเหลือในบัญชีไม่ต่ำกว่า 100 บาท3. กรณีที่ต้องการทำบัตร ATM ให้นักเรียน นักศึกษาแจ้งความประสงค์การขอมีบัตร ATM โดยจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีเฉพาะบัตร ATM ใบที่ 1 เท่านั้น และจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปีเมื่อครบปี
4. กรณีที่เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์แบบไม่มีสมุดคู่ฝาก นักเรียน นักศึกษาจะต้องทำบัตร ATM และต้องสมัครใช้บริการ KTB Online ด้วย โดยจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมเช่นเดียวกับข้อ 3
-
5. กรณีที่นักเรียน นักศึกษาย้ายสถานศึกษาและขอเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ใหม่ ธนาคารกรุงไทยจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า และค่าธรรมเนียมรายปี เช่นเดียวกับลูกค้าทั่วไป
-

Pages